รบกวนใช้เวลาเพียงไม่นานนักเพื่อเรียนรู้ข้อดีของเทคโนโลยีการตัดด้วยน้ำแรงดันสูง ที่สามารถแทนที่การตัดรูปแบบเดิมๆ หนึ่งในข้อดีที่มากที่สุดคือ คุณภาพของการตัดด้วยระบบวอเตอร์เจ็ท ซึ่งช่วยในการตัดชิ้นงานที่เรียบสนิท ลดการแตกของพื้นผิววัสดุ ลดการระบายความร้อน ความแปรปรวน และการปล่อยก๊าซที่อันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งการตัดด้วยระบบวอเตอร์เจ็ท จะไม่มีผลเสียจากอันตรายเหล่านี้ และผลเสียต่อชิ้นงาน

ข้อดีของการตัดวอเตอร์เจ็ท

  • ไม่มีความร้อนเกิดขึ้น – ที่ส่งผลต่อการเกิดโซนความร้อนที่พื้นผิวชิ้นงาน
  • การตัดแบบ Omni-Directional ที่สามารถตัดชิ้นงานในทิศทางใดก็ได้
  • สามารถตัดชิ้นงานโดยไม่ต้องเจาะรู
  • สามารถตัดวัสดุได้ทุกประเภท
  • รูปร่างที่มีความซับซ้อนสามารถทำงานได้ (โดยไม่ต้องมีการประมวลผลรองในการใช้งาน)
  • มีการจับยึดชิ้นงานน้อยมาก
  • มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ลดฝุ่น และก๊าซอันตราย
  • ไม่ทำลายวัสดุ – ตัดได้โดยปราศจากความเคลียดหรือความร้อนที่อาจเกิดขึ้น
  • มีความยืดหยุ่น
  • มีการบันทึกวัตถุดิบ (สามารถตัดชิ้นงานที่ความละเอียด และมีขนาดเล็กได้)
  • เร็วกว่าเครื่องมือที่ใช้ในการตัดแบบเดิมๆ

เพื่อเป็นการเปิดประตูสู่ความหลากหลายในการใช้งานวอเตอร์เจ็ท ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น แก้ว หิน โลหะ ทั้งในด้านการบิน และด้านสิ่งทอ

ข้อดีอีกอย่างคือ การตัดด้วยระบบวอเตอร์เจ็ท สามารถตัดวัสดุที่เสริมด้วยเส้นใยสะท้อนแสงที่มีพื้นผิวไม่เรียบ และมีความซับซ้อนของวัสดุที่แตกต่างกัน เนื่องจากกระบวนการทางกล ในระดับจุลภาคของเนื้องาน และพื้นผิววัสดุ จึงไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง

แม้จะมีพลังงานจลน์ที่สูงขึ้นเพื่อให้การตัดระบบวอเตอร์เจ็ททำงาน เมื่อมีแรงดันที่สูงขึ้น Techni สามารถหลีกเลี่ยงการเสียรูปทรง และเกิดความแม่นยำในกระบวนการตัดชิ้นงาน โดยไม่ทำให้เกิดขอบ หรือเสี้ยนเกิดขึ้น ทำให้วัสดุคงคุณภาพที่ดีเยี่ยม และลดขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน

Advantages of water jet cutting

การตัดด้วยระบบวอเตอร์เจ็ทมีข้อดีในการตัดชิ้นงานที่มีความซับซ้อน สามารถตัดวัสดุได้ทุกรูปแบบ มุมมีความคมชัด มีความลาดเอียง เจาะหลุม และสร้างมุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเวลาในการตัดชิ้นงานได้อย่างรวดเร็ว

การตัดด้วยระบบวอเตอร์เจ็ทมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นกระบวนการที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดผุ่นผง หรืออันตรายจากก๊าซพิษ เพราะไม่ได้ใช้น้ำมันเป็นส่วนหลัก
ในปัจจุบันวัสดุ หรือวัตถุดิบมีราคาสูง และทรัพยากรมีจำนวนจำกัด Techni สามารถช่วยลดพื้นที่เสียที่เกิดจากการตัดชิ้นงานด้วยวอเตอร์เจ็ท ทำให้ช่วยเพิ่มจำนวนชิ้นงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน

การใช้น้ำเพียงอย่างเดียวสามารถตัดสิ่งทอ อีลาสโตเมอร์ ผ้าดิบ พลาสติกที่ใช้ในการประกอบอาหาร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งมีความเร็วได้หลายร้อยฟุตต่อนาที
ถ้ามีการใช้สารกัดกร่อน เราสามารถใช้ตัดโลหะ หิน กระจก เซรามิก และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้สามารถตัดได้อย่างง่ายดาย ในวัสดุที่มีความหนา เกิดประสิทธิภาพในการขัดชิ้นงาน หรือกัดกร่อนชิ้นงานแบบ Abrasive Waterjet

การตัดชิ้นงานที่มีความหนามาก แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการตัดด้วยน้ำระบบวอเตอร์เจ็ท ซึ่งเราสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ซึ่งทำได้โดยการรวมของรู และสร้างเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ และปริมาณตะแกรง และปริมาณของวัสดุขัดผิวก่อให้เกิดความเร็วในการตัดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด